จากข่าวที่ผ่านมา ต้องบอกตรงๆ ว่านี่คือภาพของการ “ดับเครื่องชน” ของแม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) อย่างชัดเจน เป็นการสะท้อนความอัดอั้นของฝ่ายความมั่นคงที่เลือกจะพูดตรง และแรงแบบไม่อ้อมค้อม
แต่ในฐานะคนที่อยากเห็นปัญหาคลี่คลายจริงๆ ผมขอเสนอแนะตรงไปตรงมาแบบนี้ครับ
.
กระบวนการยุติธรรมต้องเดินตามพยานหลักฐาน ไม่ใช่ตามกระแสหรือคำพูดของใคร
แต่ในอีกมุมหนึ่ง ฝ่ายการเมืองก็มีหน้าที่ “ตั้งคำถาม” และ “ตรวจสอบ”
สิ่งสำคัญคือ ต้องยืนอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่อารมณ์
.
นี่เป็นคำถามที่แรง แต่ก็สะท้อนความคาดหวังของสังคม
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าปัญหาในพื้นที่ลักษณะนี้ ไม่สามารถวัดผลจากคนใดคนหนึ่งได้
มันคือภาพรวมของทั้งระบบ ที่ต้องทำงานร่วมกัน
.
อันนี้คือแก่นของปัญหา และควรถูกหยิบมาพูดอย่างจริงจัง
แต่ต้องระวังไม่ให้การตั้งคำถาม กลายเป็นการเหมารวม หรือสร้างความรู้สึกแบ่งแยกมากขึ้น
เพราะสุดท้าย ความไว้วางใจของประชาชน คือหัวใจของการแก้ปัญหาระยะยาว
.
ผมมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ ไม่ควรจบที่การ “สวนกันแรงขึ้น”
แต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของการ “คุยกันด้วยข้อมูลเดียวกัน”
ฝ่ายความมั่นคงต้องเปิดให้ตรวจสอบ
ฝ่ายการเมืองต้องใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์
และสังคมต้องช่วยกันกลั่นกรองข้อมูล
เพราะการดับเครื่องชน อาจทำให้เสียงดังขึ้นในวันนี้
แต่ทางออกที่แท้จริง… ต้องทำให้ทุกฝ่ายเดินไปข้างหน้าได้พร้อมกัน
ผมอยากชวนพี่น้องประชาชนลองคิด
และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันแบบตรงไปตรงมาครับ
ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับแนวคิดของท่านแม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) ที่ได้ยกตัวอย่างไปข้างต้นครับ