📌 วิเคราะห์ “ทหารนำการเมือง”: สัญญาณความมั่นคง หรือ นัยยะทางการเมืองใหม่?
เห็นพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งวันนี้เรื่อง “อนุทิน ในดงทหาร” กับบทบาทคีย์แมนประสาน 6 ผบ.เหล่าทัพ สู้ศึกชายแดนไทย-กัมพูชา ในฐานะคนในวงการ ผมมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมธรรมดา แต่มันคือการส่งสัญญาณ “Synergy” (การผนึกกำลัง) ที่น่าจับตาครับ
🔵 3 ประเด็นที่น่าสนใจจากมุมมอง “เสธ.ยอด”:
กลยุทธ์ “การทหารนำการเมือง”: เมื่อปัญหาชายแดนมีความซับซ้อนเกินกว่าแค่การทูต การที่ฝ่ายบริหารกล้าใช้ศักยภาพของกองทัพเป็น “แผ่นหลัง” ที่แข็งแกร่งในการเจรจา คือการสร้างอำนาจต่อรองที่มั่นคงที่สุด นี่คือบทเรียนที่เราเห็นมาตลอดว่า “ความมั่นคงของชาติ ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง”
พลังของ “ตท.26”: ในบทความมีการเน้นย้ำถึงการเชื่อมต่อผ่านเตรียมทหารรุ่น 26 (ตท.26) ซึ่งเป็นรุ่นที่กำลังกุมกำลังหลักในปัจจุบัน ความสัมพันธ์แบบ “พี่น้อง” ในกองทัพคือกลไกพิเศษที่ช่วยให้การสั่งการและประสานงานข้ามหน่วยงาน (Cross-functional) ทำได้รวดเร็วและไร้รอยต่อ ซึ่งในภาวะวิกฤต ความเชื่อใจสำคัญกว่าเอกสารสั่งการครับ
Soft Power ในชุดเครื่องแบบ: การที่นักการเมืองพลเรือนสามารถ “ละลายพฤติกรรม” และได้รับการยอมรับในแวดวงทหารจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน สะท้อนถึงการปรับตัวของขั้วอำนาจในไทย ที่หันมาใช้การ “ประนีประนอมและร่วมมือ” แทนการ “ขัดแย้งและแทรกแซง”
ความคิดเห็นส่วนตัว: ผมมองว่าภาพข่าวนี้กำลังบอกเราว่า ความมั่นคงของประเทศจะแข็งแกร่งได้ “ฝ่ายบริหาร” และ “กองทัพ” ต้องเดินไปในทิศทางเดียวกันครับ หากทั้งสองฝ่ายคุยกันรู้เรื่อง ผลประโยชน์สุดท้ายก็จะตกอยู่ที่ประชาชนและอธิปไตยของชาติ
พี่น้องชาวโซเชียลล่ะครับ คิดเห็นอย่างไร? ท่านคิดว่าการที่ “นักการเมือง” กับ “กองทัพ” ผนึกกำลังกันแน่นแฟ้นแบบนี้ จะส่งผลดีต่อเสถียรภาพของประเทศไทยในระยะยาวอย่างไรบ้าง?
ลองคอมเมนต์แลกเปลี่ยนมุมมองกันหน่อยครับ 👇
#เสธยอด #พลเอกอินทรัตน์ #ความมั่นคง #การเมืองไทย #กองทัพไทย #วิเคราะห์การเมือง