Menu Close

“การทหารนำการเมือง” หรือแค่ “การเมืองยืมมือกองทัพ”?

เห็นพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งที่พยายามชูบทบาทคุณอนุทินในดงทัพบก ทัพเรือ ทัพอากาศ โดยอ้างความสัมพันธ์ “ตท.26” ผมในฐานะคนที่อยู่กับกองทัพมาทั้งชีวิต เห็นแล้วมีเรื่องที่ต้อง วิเคราะห์ ให้พี่น้องได้เห็นความจริงอีกด้านครับ

⚠️ 3 ประเด็น “ดาบสองคม” 

ความสัมพันธ์คอนเนคชันรุ่น (ตท.26): การใช้สายสัมพันธ์พี่น้องเตรียมทหารมาขับเคลื่อนงานเมือง อาจดูเหมือนราบรื่น แต่ในทางปฏิบัติ กองทัพมีระเบียบ มีศักดิ์ศรี และมีสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจน การที่นักการเมืองเข้าไป “คลุกวงใน” มากเกินไป ต้องระวังอย่าให้ถูกมองว่าเป็นการเข้าไปแทรกแซงหรือใช้กองทัพเป็น “ฐานเสียง” หรือ “เครื่องมือสร้างภาพ” ในทางเมือง

 

ภาพลักษณ์ “การทหารนำการเมือง”: พาดหัวนี้ดูเหมือนให้เกียรติกองทัพ แต่ถ้ามองลึกๆ มันคือการโยนภาระและความรับผิดชอบในวิกฤตชายแดนไปให้ทหารหรือไม่? ในขณะที่ฝ่ายการเมืองเก็บ “แต้มสะสม” จากการลงพื้นที่ แต่เวลาเกิดปัญหากระทบกระทั่งระหว่างประเทศ ทหารคือด่านแรกที่ต้องรับผิดชอบทั้งชีวิตและเลือดเนื้อ

 

อำนาจต่อรองที่แท้จริง: การผนึกกำลัง 6 ผบ.เหล่าทัพ เป็นเรื่องดีถ้าทำเพื่อ “อธิปไตย” แต่ต้องไม่ใช่การผนึกกำลังเพื่อ “สร้างบารมีส่วนตัว” ของใครบางคน กองทัพไทยมีไว้เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ไม่ใช่มีไว้เพื่อซัพพอร์ตโปรไฟล์ให้นักการเมืองคนไหนดูเป็น “คีย์แมน”

ความเห็นส่วนตัวของผม: บทบาท “ประสานสิบทิศ” มันดูดีในหน้ากระดาษครับ แต่ประชาชนเขาไม่ได้กินข้าวด้วยภาพถ่าย สิ่งที่เขาต้องการเห็นคือ “ผลลัพธ์ที่จับต้องได้” บนชายแดน และการที่กองทัพไม่ต้องตกเป็นเครื่องมือในการสร้างคะแนนนิยมให้ใคร ถ้าเก่งจริง ต้องแก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบอุปถัมภ์ของรุ่นครับ

ผมขอถามพี่น้องตรงๆ แบบไม่ต้องเกรงใจ: ท่านคิดว่าการที่นักการเมืองพยายามเข้าไป “สนิทสนม” กับระดับบิ๊กในกองทัพแบบนี้ เป็นเรื่องของ “ความมั่นคงของชาติ” หรือ “ความมั่นคงในเก้าอี้” ของนักการเมืองกันแน่?

คอมเมนต์มาครับ ผมรออ่านอยู่ 👇

#เสธยอด #วิเคราะห์การเมือง #กองทัพต้องเป็นของประชาชน #พูดตรงๆ #ความมั่นคง