Menu Close

หรือเสียงประชาชนจะเป็นแค่ “พิธีกรรม”? เมื่อคนชนะต้องเป็นฝ่ายค้าน และคนแพ้กลับได้คุมอำนาจ!

ผมได้อ่านบทความ “ดีเบตสู่รัฐบาลจากเสียงประชาชน” แล้วรู้สึกว่านี่คือการสะท้อนความจริงที่เจ็บปวดที่สุดของการเมืองไทยในรอบหลายปี. ในฐานะที่ผมมองเกมยุทธศาสตร์มานาน ผมเห็นด้วยกับบทความนี้ที่ชี้ให้เห็นว่า ระบบตอนนี้มันกำลังทำให้ “อาณัติของประชาชน” กลายเป็นเรื่องตลก.

.

📍 เจาะประเด็นร้อนจากบทความที่รัฐบาลต้องฟัง:

  • ตรรกะที่บิดเบี้ยว: บทความระบุชัดว่า พรรคที่ได้อันดับ 1 กลับต้องระเห็จไปเป็นฝ่ายค้าน ทั้งที่ควรได้รับโอกาสจัดตั้งรัฐบาลตามหลักสากล.
  • รัฐบาลที่ไม่ได้เลือก: ในขณะที่พรรคที่แพ้เลือกตั้ง หรือพรรคที่ไม่ได้มีอุดมการณ์เดียวกัน กลับมารวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาลเพียงเพื่อรักษาอำนาจ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่านี่คือ “รัฐบาลของประชาชน” หรือ “รัฐบาลของผลประโยชน์”.
  • เกม “ส้ม-แดง” และการสับขาหลอก: บทความวิเคราะห์ถึงความขัดแย้งและการชิงไหวชิงพริบระหว่างพรรคใหญ่ ที่สุดท้ายผลประโยชน์ทางการเมืองกลับอยู่เหนือเจตจำนงของคนที่ไปลงคะแนน.
  • ความหวังในปี 2569: เป้าหมายใหญ่คือการเลือกตั้งครั้งหน้า (ปี 2569) ที่บทความหวังว่าจะเป็นการเลือกตั้งที่สู้กันด้วย “นโยบายและวิสัยทัศน์” จริงๆ โดยไม่มีกลไกพิเศษมาบิดเบือนผลลัพธ์อีก.

.

ผมเห็นด้วยกับบทความนี้อย่างยิ่งครับ. ประเทศที่มั่นคงต้องเริ่มจากการเคารพกติกาที่ยุติธรรม ใครชนะต้องได้บริหาร ใครแพ้ต้องไปเป็นฝ่ายค้านเพื่อตรวจสอบ. การที่เสียงสวรรค์จากประชาชนถูกปัดตกไปเพียงเพราะ “เกมอำนาจ” มันคือการทำลายความเชื่อมั่นของประเทศในระยะยาว.

.

❓ พี่น้องประชาชนคิดอย่างไรครับ?

คุณยอมรับได้ไหม… ถ้าการเลือกตั้งครั้งหน้า ผลออกมายังไงก็ได้ แต่คนจัดตั้งรัฐบาลยังเป็น “หน้าเดิม” ที่เราไม่ได้เลือกมาเป็นอันดับหนึ่ง?

✅ ก. รับไม่ได้! ต้องเคารพพรรคอันดับ 1 และเจตจำนงของประชาชนส่วนใหญ่

❌ ข. รับได้! ขอแค่มีรัฐบาลบริหารประเทศ จะเป็นพรรคไหนก็ได้

.

คอมเมนต์แลกเปลี่ยนกับผมหน่อยครับ ผมอยากรู้ว่าคนไทยยัง “มีความหวัง” กับการเลือกตั้งครั้งหน้าแค่ไหน?

#เสธยอดวิเคราะห์ #ดีเบตสู่รัฐบาล #เสียงประชาชน #การเมืองไทย #ความชอบธรรม #เลือกตั้ง2569